10 วิธีทำให้ฟันขาว ปราศจากโรคเหงือกอักเสบ กลิ่นปาก เลือดออกตามไรฟัน ฟันผุ ทำได้ง่ายๆ

วิธีทำให้ฟันขาว ปราศจากกลิ่นปาก 

  1. วิธีแรกเป็นวิธีที่ง่ายมากและเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุด นั้นก็คือการหมั่นดูแลสุขภาพช่องปากให้สะอาด ปราศจากกลิ่นปากอยู่เสมอ แปรงฟันให้สะอาดอย่างถูกวิธีหลังการรับประทานอาหารทุกมื้อหรืออย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน ครั้งละประมาณ 2 นาที และหลังแปรงฟัน 2 ชั่วโมงควรงดรับประทานอาหาร
  2. งดสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่เป็นสาเหตุทำให้ฟันฟันเหลือง เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม น้ำผลไม้ ขนม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เบียร์ ไวน์ขาว ไวน์แดง โซดา ผงแกงกะหรี่ อาหารรสจัด รวมถึงอาหารที่มีรสหวานเกินไป เพราะน้ำตาลจะเปลี่ยนเป็นกรดจนทำให้เกิดฟันผุได้ และปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ลดการรับประทานอาหารจุกจิก เพราะทุกครั้งที่รับประทานอาหารจะเกิดกรดขึ้นในช่องปากจนทำให้ฟันผุได้เช่นกัน แต่หากต้องรับประทานอาหารจำพวกนี้ เมื่อรับประทานเสร็จก็ให้รีบแปรงฟันโดยเร็วเท่าที่จะทำได้เพื่อไม่ให้เกิดคราบฟันแน่นที่ฟัน
  3. หมั่นไปพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมออย่างน้อยปีละครั้งสำหรับผู้ที่ไม่มีปัญหาในช่องปาก (ส่วนผู้ที่มีปัญหาในช่องปากอาจจะพบบ่อยขึ้น) ถ้าฟันผุก็จัดการให้เรียบร้อย ในฟันหน้าทันแพทย์จะทำการกรอส่วนที่ผุ ส่วนที่มีสีดำหรือสีเหลืองออก แล้วทำการอุดด้วยวัสดุที่มีสีเหมือนฟัน เพียงเท่านี้ฟันของคุณก็จะกลับมาขาวสะอาดได้เหมือนเดิม
  4. เลือกใช้ยาสีฟันสมุนไพรยาสีฟันชนิดนี้จะมีส่วนผสมของสมุนไพรนานาชนิด เนื่องจากมีคุณสมบัติช่วยทำให้ฟันขาวขึ้นได้ และยังช่วยแก้ปัญหาโรคเหงือกอักเสบและกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่ตกข้างได้ดีกว่ายี่ห้อทั่วไปอีกด้วย
  5. ขูดหินปูน ทุก ๆ 6 เดือน การขูดหินปูนนอกจากจะช่วยขจัดหินปูนที่ติดอยู่บนชั้นเคลือบฟันแล้วยังช่วยขจัดคราบอาหารหรือเม็ดสีเข้มที่มาเกาะบนฟันได้ด้วย วิธีนี้อาจจะไม่ช่วยให้ฟันขาวขึ้นมากนัก แต่ก็ช่วยให้ฟันขาวได้ในระดับหนึ่ง หรือขาวได้เท่าสีของเนื้อฟันธรรมชาติของเรา
  6. การขัดฟัน เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยขจัดคราบต่าง ๆ ที่เกาะอยู่บนฟันหลังจากการขูดหินปูน ฟันเหลืองที่เกิดจากคราบ เมื่อขัดแล้วคราบก็จะหายไป ทำให้ฟันดูขาวขึ้นเหมือนเดิม อีกทั้งยังช่วยทำให้ผิวฟันเรียบ ส่งผลให้คราบต่าง ๆ มาเกาะจับฟันได้ยากขึ้นอีกด้วย (การขัดฟันจะไม่ทำให้ฟันบางลงอย่างอย่างที่หลายคนเข้าใจ)
  7. การฟอกสีฟัน ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยมจากบุคคลทั่วไป โดยการฟอกสีฟันในปัจจุบันจะมีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี คือ การฟอกสีฟันที่ทำโดยคลินิกหรือทันตแพทย์ (ใช้ระยะเวลาในการทำแต่ละครั้ง ครั้งละประมาณ 30-60 นาที) และการฟอกสีฟันที่คนไข้สามารถนำสารฟอกสีกลับมาทำเองได้ที่บ้าน (ฟอกฟันขาวด้วยตัวเอง) แต่การฟอกสีฟันนี้จะทำให้สารบางตัวที่มีอยู่ในเนื้อฟันถูกดึงออกมา เช่น แคลเซียมและแร่ธาตุบางตัว ทำให้สีธรรมชาติของฟันที่เป็นตัวเคลือบเนื้อฟันเพื่อป้องกันฟันผุและการเสียวหายไป ยิ่งถ้าฟอกบ่อย ๆ ก็จะยิ่งทำให้มีโอกาสฟันสึกหรือมีอาการเสียวฟันเร็วขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น และยังเป็นการเพิ่มความเสี่ยงทำให้เกิดฟันกร่อนได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย สำหรับวิธีนี้ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ก็อย่าเพิ่งไปทำครับ เพราะมันไม่ได้ทำให้สีฟันของเรานั้นขาวถาวร เนื่องจากสีฟันจะกลับมาเป็นสีเดิมตามธรรมชาติภายใน 2 ปี และอาจเป็นการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายโดยใช่เหตุ
  8. เลเซอร์ฟันขาว แต่ราคาต่อครั้งค่อนข้างจะแพงอยู่นะครับ (คงเกือบหมื่นบาท) ทำแค่ครั้งเดียวประมาณหนึ่งชั่วโมงก็เสร็จ วิธีนี้จะทำให้ฟันขาวขึ้นได้แน่นอนครับ แต่ไม่ได้ขาวขึ้นแบบขาวจั้๊วะ (ขึ้นอยู่กับเนื้อฟันเดิมของเราด้วย) ถ้าอยากขาวขึ้นอีกก็ต้องทำซ้ำ
  9. ใช้เบกกิ้งโซดาหรือผงฟูเพียว ๆ ก็ได้นะ เพียงแค่คุณนำแปรงสีฟันมาแตะกับเบกกิ้งโซดาแล้วค่อยบีบยาสีฟันตามลงไป หรือใช้เบกกิ้งโซดาผสมกับยาสีฟันให้เข้ากันตามภาพ ใช้แปรงฟันตามปกติแล้วล้างออก หรืออีกวิธีให้นำเบกกิ้งโซดามาผสมกับเกลือเล็กน้อย ใช้แปรงฟันประมาณ 2-3 นาที แล้วบ้วนออกด้วยน้ำสะอาด เพียงเท่านี้ก็จะช่วยทำให้ฟันขาวขึ้นได้เช่นกัน แต่การใช้เบกกิ้งโซดาเพียงอย่างเดียวก็สามารถทำให้ฟันกร่อนได้ อีกทั้งยังทำให้วัสดุยึดอุปกรณ์ดัดฟันเกิดการอ่อนตัวและอาจทำให้เหล็กดัดฟันหลุดได้
  10. เคี้ยวแอปเปิ้ลหรือแครอทก็เวิร์กนะ เพราะเมื่อเรานำมาเคี้ยวรับประทาน ความกรอบของผักผลไม้เหล่านี้ก็จะทำหน้าที่เหมือนการแปรงฟันแบบธรรมชาติ อีกทั้งแอปเปิ้ลและแครอทยังช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำลาย ซึ่งเป็นเหมือนน้ำยาทำความสะอาด จึงช่วยขจัดคราบสกปรกที่ติดอยู่บนเคลือบฟันเป็นเวลานานได้ เมื่อรับประทานเสร็จแล้วก็อย่าลืมดื่มน้ำเปล่าตามเข้าไปด้วยล่ะ เพื่อเป็นการลดคราบน้ำตาลที่มีผลต่อสุขภาพฟันด้วย
ที่มา: http://www2.hiherbdayandnightcare.com/
COMMENT