สาเหตุ.. นศ. ขายบริการทางเพศออนไลน์!! "จิ๋มของหนู"

อ่านแล้วน่าตกใจ แต่ก็น่าสนใจ

"จิ๋มของหนู" !!

นักศึกษามหาวิทยาลัยคนหนึ่งบอกว่ามีเพื่อนสนิทที่ขายบริการเพื่อหาเงินเลี้ยงแฟน รวมไปถึงอาการป่วยทางจิตของตัวผู้ขายเอง ต้องการเรียกร้องความสนใจ นอกจากนี้ยังมีสาเหตุมาจากการประชดชีวิตเนื่องจากเสียตัวให้กับแฟนแล้วถูกทอดทิ้ง จึงคิดว่าการขายบริการทางเพศได้ทั้งเงินและความสนุกด้วย สิ่งที่น่าตกใจคือ มีนักเรียนและนักศึกษาบางคนคิดว่าสาเหตุของการขายบริการทางเพศน่าจะเป็นการหารายได้ที่ง่าย สบาย และสนุก

 

“ถามว่าผิดไหมที่ขายบริการทางเพศออนไลน์ ตอนเก็บข้อมูลทำวิจัย 52% บอกว่าไม่ผิด แล้วผมเอาคำถามนี้มาถามนักศึกษาต่อ ปี 2555 เด็กบอกว่าไม่ผิด 60% ปี 2556 บอกไม่ผิด 70% และปี 2557 บอกไม่ผิด 80% ผมใจหายเลยนะ เกิดอะไรขึ้น” อ.สมเดชกล่าว 

 

มีเด็กคนนึงตอบผมว่า “ของของหนู หนูจะนอนกับใครก็ไม่ได้ไปนอนบนหัวใคร ทำไมต้องมาเดือดร้อนด้วย หนูก็อุตส่าห์ทำลับๆ ล่อๆ ในอินเทอร์เน็ตแล้ว ทำไมต้องมายุ่งกับหนูอีก หนูไม่ได้ทำอะไรผิด” บางคนก็บอกว่า “ผิดตรงไหน เดือดร้อนใคร หนูว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล เขาขายตัวก็ตัวของเขา” หรือ “ขายบริการทางเพศไม่ได้ก่ออาชญากรรม ไม่ได้ฆ่าใคร ผิดตรงไหนเหรอ” ขนาดผมบอกว่ามันผิดศีลธรรมผิดกฎหมาย เขายังตอบกลับมาว่า “ผิดอะไร หนูเคยเสียตัวแล้วนี่ไม่ได้ขาย ก็แฟนคนนึงเป็นกิ๊กไง รักกันแล้วก็ให้เงินใช้ก็ถือว่าโอเค”

ดร.สมเดชกล่าวต่อว่า “ผมเลยสอนนักศึกษาว่า จะเล่าเรื่องนึงให้ฟัง จิ๋มนี้ไม่ใช่จิ๋มหนู คุณว่าจิ๋มนี้ของคุณเหรอ คุณกล้ากลับบ้านไปบอกพ่อแม่ไหม ว่าแม่หนูขายตัวออนไลน์ เนี่ยมีลูกค้า 4-5 คนแล้วที่นอนกับหนู เดือนนึงได้ 20,000 บาท เด็กก็ตอบว่า โอ้ยใครจะไปกล้าบอก พ่อแม่เสียใจหมด เพราะงั้นที่บอกว่า จิ๋มของหนูมันไม่ใช่นะ ของแม่ของพ่อที่สร้างหนูขึ้นมา พ่อแม่จะรู้สึกยังไงถ้ารู้ว่าลูกสาวขายตัว เอาใหม่ ถ้าคุณแต่งงานไปมีสามี จะกล้าบอกสามีไหมว่าก่อนจะแต่งงาน เคยขายตัวออนไลน์มาก่อน คนที่มางานแต่งก็ลูกค้าเราทั้งนั้น เพื่อนเธอก็เคยนอนกับเรามาแล้ว คุณกล้าพูดไหม เพราะงั้น หนูแคร์สามี จิ๋มนี้ก็ไม่ใช่จิ๋มหนู จิ๋มสามีหนูอีกคน”

“ถ้าหนูมีลูก กล้าบอกลูกไหม ก่อนที่ลูกจะเกิดแม่เคยขายตัวออนไลน์นอนกับผู้ชายมาเป็นร้อยคน กล้าบอกลูกไหม แล้วลองย้อนกลับกัน ถ้าวันนึงแม่หนูมาสารภาพว่า ก่อนจะมีหนูแม่เคยขายตัวออนไลน์ แม่เคยเป็นโสเภณีมาก่อน หนูในฐานะลูกจะรู้สึกยังไง เพราะฉะนั้น จิ๋มนี้ไม่ใช่จิ๋มหนู จำเอาไว้ว่าเราต้องรักษาศักดิ์ศรี”

 

“ปัญหานี้เป็นเหมือนการสะท้อนให้เห็นถึงสุดยอดของความเหลวแหลกของสังคม และสะท้อนให้เห็นถึงจิตใจของคนในสังคมเดียวกันที่ปล่อยปละละเลยโดยไม่ทำการใดๆ อย่างจริงจังที่จะหยุดยั้งและแก้ไขขจัดสภาวะทางสังคมที่เลวร้ายนี้ให้หมด”

 

 

.......... ประเด็นนี้ จบไป.. ไปอ่านความเห็น ถึงโพสข้างบนกันบ้าง ............

  • ในการทำความเข้าใจ ก่อนอื่นผู้เขียนขอชี้แจงว่าเราจะพูดถึงแค่ในกรอบของการขายบริการโดยสมัครใจและบรรลุนิติภาวะนะคะ ถ้าเรามองว่าการทำแบบนี้มันเลวร้ายเพราะขัดต่อกรอบของการเป็นลูกสาว เป็นเมีย เป็นแม่ มันเป็นการตีความที่ยังตกอยู่ในกรอบที่แบ่งบทบาทหน้าที่กันด้วยเพศสรีระค่ะ แล้วเป็นการยัดเยียดหน้าที่ความเป็นแม่เป็นเมียว่าเป็นหน้าที่โดยกำเนิดของผู้หญิง ทั้งที่มันเป็นสิ่งที่สังคมมอบให้ค่ะ ผู้หญิงไม่จำเป็นต้องเป็นแม่เป็นเมียเพื่อบรรลุจุดสูงสุดในชีวิต อีกอย่าง ในขณะเรามองว่าการมีเพศสัมพันธ์นอกสมรสเพื่อเงินเป็นเรื่องเลวร้าย นักสตรีนิยมมาร์กซิสต์ ก็มองการแต่งงานว่าเป็นการเอารัดเอาเปรียบผู้หญิงเหมือนกัน คุณจ่ายเงินก้อนเป็นเงินสินสอด มีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงคนหนึ่งได้แบบ unlimited แถมกลายเป็นแรงงานในบ้านที่ไม่ถูกนับว่ามีมูลค่าอีก ดังนั้นการขายตัว มีเพศสัมพันธ์ครั้งเดียวได้หลายพัน มันแย่กว่าตรงไหน ปัญหาคือสังคมที่ยึดติดกับเยื่อพรหมจารีย์บางๆของผู้หญิง แล้วนำมาให้คุณค่าสุดท้ายการบอกให้ผู้หญิงรักนวลสงวนตัว ก็เป็นการควบคุมผู้หญิงให้ตกอยู่ภายใต้ความคิด ว่าความสุขทางเพศเป็นเรื่องของผู้ชาย ผู้หญิงห้ามมี และถ้าสุดท้ายเค้าเจอผู้ชายที่รับได้ ปัญหามันอยู่ที่สังคมแล้วละค่ะ ว่าเป็นตัวที่เข้าไปทำให้ลูกผัวเค้าอายเพราะมีเมียแม่เคยทำอาชีพนี้หรือเสียงเองเปล่า

 

  • การปิดกั้นเรื่องเพศไม่ทำให้คนมีเพศสัมพันธ์ลดลง แต่ยิ่งเป็นเรื่องต้องห้าม คนก็จะยิ่งแสวงหา เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมชาติ แทนที่จะปิดกั้น ควรให้รับสื่อทางเพศอย่างมีความเข้าใจไม่หลบซ่อนๆ พ่อแม่ควรจะให้ความรู้เรื่องนี้กับลูกได้โดยไม่ทำให้ลูกรู้สึกผิดว่ามีอารมณ์ทางเพศ ควรสนับสนุนให้มีการขายเซ็กส์ทอย รวมถึงสอนเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ ว่ามีอย่างไรถึงจะปลอดภัยที่สุด และรับทราบถึงความเสี่ยงอย่างตรงไปตรงมา

 

โคตรน่าสนใจอ่ะ ความเห็นสุดท้ายนั้น

 

COMMENT